podcast เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๘

ช่วยแชร์ให้เพื่อน... เป็นธรรรมะทาน

วันนี้ตรงกับวันพุธที่ ๑๒ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๘ กระผม/อาตมภาพหนีน้ำท่วมไปเยือนเกาะปีนัง ซึ่งในสมัยโบราณนั้นเกาะปีนังเป็นส่วนหนึ่งของรัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย หรือในชื่อเดิมก็คือรัฐไทรบุรี ซึ่งเราได้เสียให้กับประเทศอังกฤษไปในสมัยรัชกาลที่ ๕ ประกอบไปด้วย ๔ รัฐมลายู ก็คือ ไทรบุรี กลันตัน ตรังกานู และปะลิส

คราวนี้ในชื่อใหม่ของรัฐไทรบุรีก็คือรัฐเคดาห์ นี่ถือว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดอย่างหนึ่ง อีกประการหนึ่งก็คือเกาะหมากหรือว่าเกาะปีนังนี้ มีความเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น จนกระทั่งปัจจุบันนี้เป็นรัฐหนึ่งของประเทศมาเลเซียแล้ว ไม่ใช่เป็นส่วนหนึ่งของรัฐเคดาห์อย่างในอดีต

กระผม/อาตมภาพได้รับความเมตตาจากทิดดอย (ว่าที่ ดร. ภาณุพงศ์ วังประภา) ทำการเรียกรถแท็กซี่ให้ ซึ่งความจริงนัดกันตอน ๘ โมงเช้า แต่ปรากฏว่ารถแท็กซี่อยู่ห่างไปแค่ ๓ ซอย ใช้เวลาวิ่งมาไม่ถึง ๕ นาที แต่ก็เป็นเรื่องที่ดีมาก เนื่องเพราะว่าขาไปสนามบินนั้นไม่ทราบเหมือนกันว่ารถติดอะไรกันนักหนา กว่าที่จะไปถึงท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองก็เล่นไปชั่วโมงกว่า..!

ไปถึงปรากฏว่ามาดามศุ ป้าศุ หรือ พี่ศุ (นางศุภากาญจน์ หว่อง) แล้วแต่ใครจะเรียก มารออยู่กับหลานสาว ก็คือน้องปุย (นางสาวปิยะพร เพิงจันดา) ซึ่งมาในฐานะ FC วัดท่าขนุน ด้วยเหตุที่ว่าพี่ศุนั้น จะต้องเดินทางไปเมืองฉงชิ่งในวันเดินทางกลับจากปีนัง แต่ว่าต้องออกแต่เช้าเพื่อให้ไปทันกับพรรคพวกที่รออยู่ด้านนั้น จึงต้องทิ้งให้กระผม/อาตมภาพเดินทางกลับด้วยตนเอง ทำเอาน้องปุยทำใจไม่ได้

โดยเฉพาะพี่ศุบอกกับน้องปุยว่า “หลวงพ่อฉันมรณภาพไปแล้ว (หมายถึงหลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุง) ตอนนี้เหลือแต่หลวงพ่อของแก แกก็ดูแลเองแล้วกัน” ทำเอาน้องปุยต้องลางาน เพื่อที่จะมาติดตามคอยบริการตลอด ๓ วันนี้ ทำให้รู้สึกเกรงใจมากอยู่เหมือนกัน

แต่ด้วยความที่อีกฝ่ายมีความคล่องตัวและชำนาญมาก จึงทำการจองตั๋วเครื่องบิน ทำการขอวีซ่า และใบผ่านแดนออนไลน์ ตลอดจนกระทั่งเช็คอินออนไลน์มาให้เรียบร้อย กระผม/อาตมภาพจึงรับแค่ตั๋วที่น้องปุยปริ๊นท์มาให้ แล้วก็เดินผ่านเครื่องตรวจเอ็กซเรย์เข้าไป ปรากฏว่าแม้จะไม่มีอะไรดังเลยก็ตาม แต่ว่าเจ้าหน้าที่ก็ขออนุญาตลูบ ๆ คลำ ๆ ทั้งตัวด้วยความรอบคอบ ต้องถือว่า “ทำงานเป็น” ทีเดียวพวกเราไปนั่งรอที่ประตูขึ้นเครื่อง เจอพระภิกษุอยู่ ๑๐ กว่ารูป และญาติโยมคณะใหญ่ ยังไม่ทันที่จะ ๑๐ โมง เขาก็เรียกขึ้นเครื่องแล้ว ทำเอากระผม/อาตมภาพหิ้วกระเป๋าไปเดินต่อแถว แล้วถึงเห็นบนจอแอลซีดีลงเอาไว้ว่าเป็นคนละเที่ยวบินกัน เที่ยวบินนี้จะตรงไปลุมพินี ประเทศเนปาล เกือบจะทำให้กระผม/อาตมภาพได้ไปเที่ยวเนปาลเสียแล้ว..!

แสดงว่า “เจ้าแม่นภิสราเทวี” แกกำลังสูงมากทีเดียว แม้ว่าครั้งนี้จะรับปาก “หลงโถว” ซึ่งเคยแนะนำตัวเจ้าแม่ให้กระผม/อาตมภาพเมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้ว มาในวันนี้ตั้งใจจะมาสงเคราะห์ท่านกับลูกน้อง แต่ปรากฏว่าเกือบจะโดนเจ้าแม่ดึงไปเนปาลแทนเสียนี่..! ต้องรอจนกระทั่งเลยเวลาบอร์ดดิ้งไป ๒๐ นาที กว่าที่เครื่องของเราจะมาเทียบงวง แล้วก็ให้โซน ๒ ขึ้นก่อน ประกอบกับบรรดา VIP กระผม/อาตมภาพได้แต่นั่งรอแบบเซ็ง ๆ เพราะว่าตนเองอยู่โซน ๓ แต่พอเจ้าหน้าที่เหลือบมาเห็นว่ายังมีพระอีกรูปหนึ่ง ก็เลยรีบนิมนต์ให้ขึ้นไปก่อน..!

เครื่องบินใช้เวลาบินประมาณ ๒ ชั่วโมง ตอนที่ขึ้นก็ใจคอไม่ค่อยจะดี เพราะว่าเมฆฝนมืดไปหมด เวลาเครื่องบินบินผ่านก็เกิดอาการสั่นสะท้านไปทั้งลำ แต่ว่า “หลงโถว” กับบริวารยืนยันว่าไม่มีปัญหา ทุกอย่างจะเรียบร้อยดีงาม โดยเฉพาะชี้ออกไปทางด้านนอก จอมอสูรอสุรินทราหูเอามือรองเครื่องบิน ก้าวยาว ๆ ไป ในลักษณะเหมือนกับเด็กจับเครื่องบิน พร้อมที่จะวิ่งแล้วก็พุ่งเครื่องบินขึ้นฟ้า..ประมาณนั้น..! เห็นแล้วก็ยังรู้สึกทึ่งว่าเทวดานี่ตัวใหญ่เหลือเกิน เนื่องเพราะว่าท่านเดินสบาย ๆ แต่ว่าเครื่องบินต้องบินด้วยความเร็ว ๘๐๐ กิโลเมตร/ชั่วโมง กระผม/อาตมภาพก็ได้แต่อนุโมทนาในใจ

เครื่องมาลงที่ท่าอากาศยานนานาชาติปีนังก่อนเวลา ๑๐ นาที เมื่อลงถึงพื้นแล้วจึงได้เห็นว่าทางด้านนี้ฝนตกไปเรียบร้อยแล้ว พวกเราต้องมารอผ่าน ตม.ของประเทศมาเลเซีย ซึ่งระบบยังไม่ใช่อัตโนมัติเต็มที่เหมือนประเทศสิงคโปร์ ผู้คนจึงค่อนข้างจะแออัดยัดเยียด แต่ว่า “หลงโถว” ชี้ให้เข้าไปอยู่ในช่องหมายเลข ๑๑

กระผม/อาตมภาพเข้าไปแล้วก็ไม่ผิดหวัง เนื่องเพราะว่าเจ้าหน้าที่อะลุ้มอล่วยมาก ขนาดส่งวีซ่าออนไลน์ให้ดูก็ไม่สนใจ แค่ชี้นิ้วให้หันหน้าเข้าหากล้อง หลังจากนั้นก็ทำท่าให้ประทับนิ้วชี้ทั้งสองนิ้วลงบนเครื่อง เสร็จสรรพเรียบร้อยก็ประทับตราหนังสือเดินทางโป้งเข้าให้ แล้วกระผม/อาตมภาพก็เดินผ่านมา อีกไม่ถึงนาทีน้องเล็ก (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) ก็ผ่านมาด้วย ขณะที่ช่องอื่นนั้น บางทีเขาก็เรียกคุยแล้วคุยอีก ไม่ต้องผ่านกันเสียที ต้องเจริญพรขอบคุณท่านเจ้าพ่อหลักเมืองมาเลเซียเป็นอย่างยิ่ง

ตอนแรกที่เจอกัน กระผม/อาตมภาพก็ยังสอบถามท่านว่า “ประเทศมาเลเซียไม่ได้มีคนจีนเป็นหลัก หากแต่ว่าเป็นคนมลายู แล้วทำไมเจ้าพ่อหลักเมืองถึงเป็นเจ๊ก ?” ท่านบอกว่า “เนื่องเพราะว่าคนจีนเป็นคนอัญเชิญเจ้าพ่อหลักเมืองเป็นคนแรก กระผมซึ่งมีเชื้อสายจีน จึงต้องมาทำหน้าที่เจ้าพ่อหลักเมืองตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา”พวกเราเมื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองมาแล้ว ก็ตรงไปหาห้องน้ำก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นก็มารอกระเป๋า โดยที่กระผม/อาตมภาพมีแค่กระเป๋าขึ้นเครื่องหนัก ๕.๒ กิโลกรัมอยู่ใบเดียว แต่ก็ต้องมารอด้วย ได้กระเป๋าครบแล้ว เดินผ่านออกมา เจ้าหน้าที่ยังให้ส่งกระเป๋าไปสแกนอีกรอบหนึ่ง เป็นการทำงานที่ค่อนข้างจะรอบคอบเป็นอย่างยิ่ง

แล้วพวกเราก็มาเช่ารถแท็กซี่ ซึ่งทางด้านนี้รถแท็กซี่นั้นจะเป็นรถรับผู้โดยสาร ๕ คน ตอนแรกก็มีคนกระดี๊กระด๊าจะมาขอเฉลี่ยใช้รถด้วย แต่ปรากฏว่าคณะของเรามากัน ๔ คน นั่งหน้า ๑ คน นั่งหลัง ๓ คน เต็มพอดี ราคา ๕๕ ริงกิต ซึ่งเป็นเงินไทยก็เกือบ ๆ ๕๐๐ บาท ตรงไปยังโรงแรม OZO ในเขต George Town ของรัฐปีนัง ซึ่งเป็นเขตเมืองเก่า ที่มีอาคารสไตล์ชิโนโปรตุเกสอยู่เป็นจำนวนมาก

พวกเราต้องขึ้นไปรับห้องที่เคาน์เตอร์ชั้น ๒๐ แต่ว่าห้องพักที่ได้อยู่ชั้น ๓ เมื่อได้คีย์การ์ดมาแล้ว จึงต้องย้อนกลับลงไปอีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่จะเข้าห้องพักของตน ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะออกไปเดินเล่นกันรอบบริเวณนี้ แต่ว่าหลังจากสรงน้ำเรียบร้อยแล้ว ทางด้านพี่ศุ น้องปุย และน้องเล็ก ก็ยังตกลงกันไม่ได้ ว่าจะไปทางไหนบ้าง ? โดยเฉพาะในส่วนไฮไลท์ของที่นี่ก็คือตลาดกลางคืน ซึ่งกระผม/อาตมภาพไม่นิยมการเที่ยวกลางคืนแม้แต่นิดเดียว จึงได้ปฏิเสธว่าถ้าอย่างนั้นก็จะไม่ไปไหนแล้ว หลังจากบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนเสร็จก็จะพักผ่อนเลย เพราะว่าจะต้องตั้งใจภาวนาอุทิศส่วนกุศลให้กับ “หลงโถว” และบริวาร ให้สมกับที่อีกฝ่ายรอคอยมานาน

อีกส่วนหนึ่งก็คือ WIFI ของโรงแรม OZO แห่งนี้ แรงสู้โรมมิ่งที่เปิดมาจากเมืองไทยไม่ได้ ขอเจริญพรขอบคุณ “ไอ้อ้วน” (นางสาวดวงฤทัย ตั้งวรกุลกิจ) ที่ช่วยซื้อแพ็คเกจโรมมิ่งให้กระผม/อาตมภาพทีหนึ่งตั้ง ๗ วัน ทั้ง ๆ ที่อยู่ที่นี่ไม่ครบ ๔๘ ชั่วโมงดี ปรารถนาสิ่งใดก็ขอให้สมหวัง ได้รับความสะดวกสบายกันทุกคน

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

ที่มาจากเว็บไซร์วัดท่าขนุน :เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๘

Related Posts

podcast เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๘

ช่วยแชร์ให้เพื่อน... เป็นธรรรมะทาน

ช่วยแชร์ให้เพื่อน… เป็นธรรรม…

อ่านเพิ่มเติม

podcast เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๘

ช่วยแชร์ให้เพื่อน... เป็นธรรรมะทาน

ช่วยแชร์ให้เพื่อน… เป็นธรรรม…

อ่านเพิ่มเติม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *