podcast เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๘

ช่วยแชร์ให้เพื่อน... เป็นธรรรมะทาน

วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๑๕ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๘ เอาเรื่องสำคัญของเราก่อน ก็คือกระผม/อาตมภาพตั้งใจจัดงานอุปสมบทหมู่รุ่นพิเศษ เพื่อถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวาระปัญญาสมวาร ก็คือครบ ๕๐ วันที่สมเด็จพระพันปีหลวงเสด็จสวรรคต

คราวนี้การรับสมัครนั้นจะให้ทางเว็บไซต์วัดท่าขนุนเปิดกระทู้รับสมัคร ผู้ที่ตั้งใจจะบวช ถ้าหากว่ายังไม่เคยบวชแบบอุกาสะฯ กับทางวัดท่าขนุนก่อน ก็ต้องเข้าวัดตั้งแต่ก่อน ๑๘.๐๐ น.ของวันศุกร์ที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ นี้

ส่วนท่านใดที่เคยบวชแบบอุกาสะฯ มาแล้ว ผ่อนผันให้เข้าวัดได้ก่อน ๑๘.๐๐ น.ของวันอังคารที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ โดยที่จะไปอุปสมบทหมู่ในเวลา ๑๒.๓๐ น.ของวันศุกร์ที่ ๕ แล้วขอให้ทุกคนอยู่ถึงวันศุกร์ที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ ซึ่งเป็นวันครบ ๕๐ วันการเสด็จสวรรคต ของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ส่วนที่เหลือจะอยู่ต่ออีกนานน้อยนานมากเท่าไร แล้วแต่ความสมัครใจของท่านเอง เริ่มสมัครได้ตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไปเลย หลังจากที่ทางเว็บไซต์วัดท่าขนุนเปิดกระทู้แล้ว

ทุกท่านต้องคิดว่าในเรื่องของการอุปสมบทถวายพระราชกุศลแบบนี้ หาคนอยู่ยาว ๆ ยาก ก็น่าจะไม่ใช่ เพราะว่าอย่างหลวงพ่อสมคิด (พระครูบวรกาญจนธรรม) เจ้าคณะตำบลบ้านเก่า เขต ๒ เจ้าอาวาสวัดตะเคียนงาม ท่านก็อุปสมบทถวายพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ แล้วก็อยู่ยาวมาจนบัดนี้ ๔๑ ปีเข้าไปแล้ว

หรือเอาแค่ท่านจิต (พระจิตติพัฒน์ อินฺทปญฺโญ) ของเรา ก็อุปสมบทหมู่เหมือนกัน แล้วก็อยู่ยาวมาจนบัดนี้ ก็แปลว่าถ้าหากว่าใครบุญดี สามารถอยู่ต่อได้ ก็ถือว่าเป็นการสร้างบุญสร้างกุศลให้แก่ตนเองและบุคคลที่ตนเองรัก โดยเฉพาะเป็นการอุปสมบทหมู่ในวาระสำคัญ ก็คือในวันพ่อแห่งชาติ เพื่อถวายพระราชกุศลแก่สมเด็จแม่ของชาติเราด้วยเรื่องต่อไปก็คือเรื่องที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการ กระผม/อาตมภาพเห็นแล้วออกอาการ “น้ำตาจิไหล” ว่า ประเทศเรามีรัฐบาลไว้ทำอะไรก็ไม่รู้ ? โดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปีนี้ทรงเจริญพระชนมายุ ๗๔ พรรษาแล้ว ถ้าหากว่านับตั้งแต่ขึ้นครองราชย์ พระองค์ท่านก็เสด็จเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ไม่นับตอนที่ยังดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร

เนื่องเพราะว่าเป็นโอกาสหรือวาระพิเศษ ในการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับประเทศจีนครบ ๕๐ ปี ก็คือมีการลงนามกันระหว่างท่านนายกรัฐมนตรีโจว เอิน ไหล นายกรัฐมนตรีจีน กับท่านหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ในวันที่ ๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๑๘ มาจนป่านนี้

เพราะว่าก่อนหน้านั้น พวกเราโดนโฆษณาชวนเชื่อในเรื่องของลัทธิคอมมิวนิสต์ จนกระทั่งเห็นเป็นยักษ์เป็นมาร หวาดกลัวไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะเมื่อประเทศเวียดนาม ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา ตกอยู่ภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์กันหมด ก็ทำให้เกรงว่าไทยเราจะเป็นโดมิโนตัวต่อไป ซึ่งถ้าประเทศไทยพังลงเมื่อไร อาเซียนทั้งหมดก็จะไม่เหลืออะไรเลย..!

แต่ปรากฏว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ทรงต่อสู้กับเรื่องทั้งหลายเหล่านี้มาโดยตลอด ก็คือทำโครงการทุกอย่างเพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชน จนกระทั่งนักข่าวต่างประเทศสัมภาษณ์พระองค์ว่า “การต่อสู้กับระบอบคอมมิวนิสต์นี้ พระองค์ท่านมีความหวังว่าจะชนะหรือไม่ ?”

พระองค์ท่านบอกว่า “คุณถามผิด..เพราะว่าเราไม่ได้ต่อสู้กับระบอบคอมมิวนิสต์ หากแต่กำลังต่อสู้เพื่อปากท้องของประชาชนผู้หิวโหย” นั่นก็คือพระวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่และกว้างไกล โดยเฉพาะกำลังพระทัยที่เปิดกว้าง ไม่เห็นว่าใครเป็นศัตรู หากแต่ว่าทุกผู้คนล้วนแล้วแต่เป็นพสกนิกร ที่พระองค์ท่านจะต้องช่วยเหลือให้พ้นจากความอดอยากปากแห้ง..!

แล้วตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์ ๗๐ ปี พระองค์ท่านก็ได้พลิกฟื้นบรรดาสถานที่แห้งแล้งกันดารต่าง ๆ ให้กลายเป็นที่อุดมสมบูรณ์ จากโครงการทั้งหมด ๔,๐๐๐ กว่าโครงการ จนปัจจุบันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑๐ ก็ทรง “สืบสาน รักษา และต่อยอด” มา จนถึงวันนี้ที่พระองค์ท่านเจริญพระชนมายุ ๗๔ พรรษาแล้ว ยังต้องเดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนอีก..!เนื่องเพราะว่าบรรดานักการเมืองทั้งของเราและของประเทศรอบข้าง ล้วนแล้วแต่เห็นผลประโยชน์ของตนเองเป็นใหญ่ ไม่ได้เห็นผลประโยชน์ของชาติเป็นใหญ่..!

ดังนั้น..ประชาชนของเราจึงต้องอดทนอดกลั้น ต่อการยั่วยุของเขมรมาโดยตลอด แม้กระทั่งประเทศมาเลเซียที่อยู่ในฐานะของประธานอาเซียน ก็กล่าวหาไทยเราว่าไปรุกรานประเทศเขมร นายกรัฐมตรีเขมรเป็นผู้ที่ใฝ่สันติภาพ..!

ฟังดูแล้วเราจะเห็นว่า ในเรื่องของการเมืองนั้น เป็นการพลิกลิ้น กลับคำ สาดโคลนกันแบบไม่เกรงใจใคร ขอให้ได้ประโยชน์เข้าตัวเท่านั้นเอง จนกระทั่งท่านประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ออกมาปราม จากคำกล่าวหาที่ว่าทหารไทยเหยียบกับระเบิดเก่า ประเทศมาเลเซียก็ต้องกลับลำ ๑๘๐ องศา บอกว่าเป็นกับระเบิดใหม่ แต่ผู้สื่อข่าวเสนอข่าวผิดพลาด..!

เรื่องพวกนี้ต้องบอกว่านายกรัฐมนตรีของไทยรุ่นหลัง ๆ นี่หาคนทันเกมต่างประเทศยาก นายกรัฐมนตรีที่ทันเกมต่างประเทศที่สุด ซึ่งกระผม/อาตมภาพชื่นชมที่สุดก็คือพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เนื่องเพราะว่าด้วยความที่ท่านเป็นลูกชายของจอมพลผิน ชุณหะวัณ จึงโดน “เตะสกัด” จากรอบทิศทาง เพราะเกรงว่าถ้าเป็นใหญ่ขึ้นมา แล้วจะเป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติแบบพ่อ ท่านก็เลยโดนโยนไปเป็นทูตทหารสารพัดประเทศ “ดอง” อยู่แค่ยศพลตรีเท่านั้น จนกระทั่งมาเป็นนายกรัฐมนตรี ได้รับพระราชทานยศเป็นพลเอก

ด้วยความที่ท่านคร่ำหวอดในวงการทูตมาโดยตลอด จึงรู้ว่าอะไรเหมาะ อะไรควร โดยใช้คำพูดที่ว่า “เรื่องของการทูตต้องพูดให้ชัด แต่เตะไม่ถึง..!” ไม่เหมือนกับท่านนายกฯ ของเรา แทนที่จะบอกกล่าวกับต่างประเทศว่า “เขมรละเมิดสนธิสัญญาสันติภาพ” ดันไปประกาศว่า “ไทยฉีกสนธิสัญญาสันติภาพ..!” แทนที่จะเป็นพระเอกก็เลยกลายเป็นผู้ร้ายไปโดยปริยาย แล้วคำพูดประเภทโง่ ๆ ที่บอกว่า “ไทยไปรุกรานเขมรก่อนเหมือนกัน” ก็ยิ่งบรรลัยเข้าไปใหญ่ ก็เลยสงสัยว่านายกรัฐมนตรีไทยระยะหลัง ๆ นี้ เหลือสมองแค่ ๘๔,๐๐๐ เซลล์จริง ๆ กระมัง ?!!

แม้กระทั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ต้องบอกว่า ทรงชราภาพจนขนาดนี้แล้ว ยังต้องออกมาทำหน้าที่แทน มีใครรู้บ้างว่ารัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของเราชื่ออะไร ? แล้วพูดอยู่ในลักษณะประมาณว่า ประเทศไทยของเราเอง ควรที่จะทำอย่างนั้น ควรที่จะทำอย่างนี้ ออกความเห็นมาแต่ละทีโดนชาวบ้าน “ยี้” มารอบทิศ..!ตั้งแต่สมัยที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ยังทรงพระชนมชีพอยู่ กระผม/อาตมภาพก็บอกกับทุกคนแล้วว่า ถ้าหากว่ากระผม/อาตมภาพเป็นนายกรัฐมนตรี ขี้เกียจแถลงนโยบาย ถึงเวลาก็ขอโอกาสเข้าเฝ้าพระองค์ท่านอย่างน้อยเดือนละ ๒ ครั้ง แค่ขอพระราชทานแนวทางเท่านั้นเองว่า จะให้ประเทศไทยไปทางไหน ?

แล้วเราก็ระดมสรรพกำลังและงบประมาณทั้งหมดที่มี สนองพระราชดำริ สนองพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทุกอย่างก็จบแล้ว ไม่ใช่เจอแต่นายกฯ โง่ ๆ รัฐมนตรีโง่ ๆ สร้างรั้วกั้นเขมรก็ไม่ได้ เพราะว่าเป็นการไปละเมิดสิทธิมนุษยชน ได้ยินแล้วกูจะบ้า..! จ้องแต่จะเปิดด่านอย่างเดียว เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเอง ทั่วโลกเขารู้ว่าเจ้าพ่อสแกมเมอร์ตัวจริงอยู่ในแวดวงนักการเมืองไทย แต่ประเทศไทยแกล้งโง่ “ตั้งโจรไปให้สอบสวนโจร เพื่อที่จะฟอกขาวให้โจร” ฟังแล้วเครียด…!

แต่ทุกท่านก็จะเห็นแล้วว่าบ้านเราเมืองเรานั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเห็นว่า ทุกคนก็คือพสกนิกรของพระองค์ท่าน แม้แต่ในช่วงสงคราม ๕ วันกับเขมรที่ผ่านมา พระองค์ท่านก็อยู่แนวหน้าโดยตลอด แต่ไม่ให้ออกข่าว นักการเมืองของเราต้องรอเรื่องสงบแล้วค่อยไปเหยียบชายแดน แถมยังออกความเห็นโง่ ๆ อีกต่างหาก อะไรก็ไม่ว่า ไปเปิดเผยว่าชาวไทยของเราอยู่ที่ศูนย์อพยพจุดไหนบ้าง ? ทำอย่างกับกลัวเขมรจะไม่ยอมยิงระเบิดใส่..!

จึงเป็นเรื่องที่เราท่านทั้งหลายต้องทำใจเลยว่า เราเกิดในยุคนี้สมัยนี้ ถือว่าโชคดีเป็นอย่างยิ่งแล้ว ที่ยังมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เป็นหลักใจของเรา ยังมีกองทัพที่เข้มแข็งพอจะให้ชาวบ้านชาวเมืองเขาเกรงใจ แต่ไปเจอบรรดาผู้นำโง่ ๆ ที่เห็นแก่ประโยชน์ตนเอง ไปคอย “ดึงขาหลัง” จนกระทั่งกองทัพของเราทำอะไรก็ไม่ถนัด นอกจากทำใจแล้ว ก็ยังต้องเร่งสร้างบุญสร้างกุศล เพื่ออุทิศให้บรรดาเทวดาที่ปกปักรักษาประเทศไทยของเรา ให้ท่านทำหน้าที่ให้เข้มแข็งกว่านี้

กระผม/อาตมภาพบอกแล้วว่าทั้ง ๆ ที่เป็นพระก็ยัง “ของขึ้น” ถึงขนาดอาราธนาบารมีพระอยู่ในลักษณะของยันต์เกราะเพชร หรือการสะท้อนกลับ ใครทำอะไรไม่ดีกับประเทศไทยแถวชายแดน จะได้รับผลคืนไปทั้งสิ้น แล้วตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ก็คงจะเห็นแล้วว่าใครบรรลัยไปบ้าง ? แต่ว่าเรื่องแบบนี้พูดไปก็ไม่มีหลักฐานยืนยัน ยกเว้นพวกที่ได้ทิพจักขุญาณเท่านั้น

แต่พวกเราก็ต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพราะว่าถ้าเราสูญเสียพื้นที่เมื่อไร ประเทศที่เล็ก ๆ แต่เหิมเกริมขนาดนี้ รับรองว่าไม่ได้คืบจะเอาศอก หากแต่ว่าได้คืบจะเอาครึ่งค่อนประเทศ..! โดยมีบรรดามหาอำนาจก็ดี นักการเมืองของต่างประเทศที่เห็นแก่ประโยชน์ของตนก็ตาม คอยให้ท้ายถือหางอยู่ ถ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ได้เสด็จจีน แล้วประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ไม่ออกมาปราม คาดว่าป่านนี้คงปะทะกันไปอีกรอบหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังประมาทไม่ได้ ต้องคอยเอาใจช่วยกันต่อไป

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

ที่มาจากเว็บไซร์วัดท่าขนุน :เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๘

Related Posts

podcast เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๘

ช่วยแชร์ให้เพื่อน... เป็นธรรรมะทาน

ช่วยแชร์ให้เพื่อน… เป็นธรรรม…

อ่านเพิ่มเติม

podcast เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๘

ช่วยแชร์ให้เพื่อน... เป็นธรรรมะทาน

ช่วยแชร์ให้เพื่อน… เป็นธรรรม…

อ่านเพิ่มเติม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *