ลุกขึ้นปัสสาวะตอนตีสอง กลับเข้ามาเห็นท่านนาวินยืนเงียบอยู่ “คุณตื่นเช้าเหมือนกันนะ ผมกลัวรบกวนคนอื่นเลยไม่เปิดไฟ..” พูดไปเดินไป ถึงที่เห็นท่านนาวินนอนอยู่ ตายห่า…แล้วอาตมาพูดกับใครกันแน่..!?ทำวัตรเช้า เก็บข้าวของ อะไรที่หนักฝากไว้ที่นี่ เณรทำหมี่ผัดอาหารยอดฮิตของพม่าให้ฉัน จากนั้นไปรับลูกเป็ดกับลูกแมว แม่เจ้าโว้ย…อะไรจะเริ่ดกันปานนั้น..!
วัดเกาะไจ๊หม่อวุน ที่ตั้งของพระเจดีย์กลางน้ำ (เยเลพะยา)
สาวพม่าเขาแต่งหน้าแต่งตากันแต่เด็กแบบนี้ทุกคนหรือเปล่า ? รถรายามเช้าในย่างกุ้งติดเอาเรื่องเหมือนกัน ข้ามแม่น้ำงาโมย่ามา จ่ายค่าสะพาน ๒๕ จั๊ต แล้วซิ่งข้ามสะพานที่ยาวไม่หนี ๒ ไมล์ ข้ามอ่าวจากย่างกุ้งไปยังเมืองตันเลียน (สิเรียม)จ่ายค่าเข้าเมืองอีก ๑๐ จั๊ต แล้ววิ่งไปตามถนนขรุขระ ผ่านพระเจดีย์ไจ๊เข้า ไปจนถึงเมืองจ็อกตาน ถูกตำรวจไล่จากถนนใหญ่ให้ไปวนอยู่ในตลาดตั้งนาน กว่าจะหลุดมาถึงริมทะเล เห็นเกาะไจ๊หม่อวุน งามเด่นอยู่ตรงหน้า…แม่ค้าแย่งกันขายดอกไม้ ขัดใจขึ้นมาเหมายกหอบไป ๑๐๐ จั๊ต เช่าเรือไปยังเกาะ เหมาลำไปคิด ๒๐๐ จั๊ต เขาพาไปวนให้ถ่ายรูปจากกลางทะเลมาด้วย ตามชายเกาะมีคนซื้ออาหารเลี้ยงปลากันมาก สังเกตดูท่าจะเป็นไอ้หวายจอมตะกละ…ขึ้นเกาะไปไหว้พระประธาน เป็นพระหยกทรงเครื่องแบบพระวิสุทธิเทพ งดงามมาก องค์รองลงมาเป็นพระพุทธรูป ภ.ป.ร. พวกเราถือสิทธิ์ที่เข้าไปไหว้ข้างในได้ ถ่ายรูปมาทั้งที่เขาห้าม ทำเอาเจ้าหน้าที่บ่นกระปอดกระแปด แล้วล็อกห้องไปเลย..!
พระประธานเป็นพระวิสุทธิเทพทรงเครื่องงดงามมาก
กราบพระทั่วเกาะแล้ว ลูกแมวกับลูกเป็ดไปยกหินเสี่ยงทาย เห็นยกขึ้นสบายทั้งคู่ ข้ามกลับมาแผ่นดินใหญ่ ทิดจิตรซื้อกุ้งทอดไป ๔ แผ่น แต่ละแผ่นโตกว่าจานซะอีก ราคาแค่แผ่นละ ๕๐ จั๊ต กุ้งแต่ละตัวโตเท่านิ้วชี้เห็นจะได้…ย้อนกลับทางเดิม มีโบสถ์คริสต์อยู่ข้างทาง มันเลียนแบบกระทั่งรั้วก็ทำเหมือนวัด เจตนาหลอกชาวบ้านกันโดยตรง ระยะหลังเขาถึงกับประกาศว่า พระพุทธเจ้าคือผู้ประกาศของพระเจ้า มาสอนคนทางเอเซีย เตรียมไว้เพื่อรับศาสนาคริสต์..!วัดบาทาจีงาทัดจี มีหลวงพ่อโตเท่าตึกห้าชั้นเหมือนกัน ดูจากปากทางเข้าโทรม ๆ ไม่น่าจะมีใครมาสร้างพระใหญ่ขนาดนี้ได้เลย แต่นี่สร้างมาตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๐๘ โน่น…กลับขึ้นรถมาเห็นลูกเป็ดเอารูปมาอวด…หลวงพ่อโตบาทาจีงาทัดจี
ยายหนูเขาเป็นนักบอลหญิง มิน่าล่ะ…ปีนี้ถึงตัวล่ำบึ้กขึ้นตั้งเยอะ แต่เพื่อนร่วมทีมบางคนมันผู้ชายชัด ๆ นึกว่าสาวหล่อจะมีแต่ในเมืองไทยเท่านั้น วันไปไหว้หลวงพ่อพะยาจีที่ไจ๊มะยอก็เจอหนุ่มสวยเป็นโขยง จนท่านตู่ร้องว่า “นั่นมันประเทืองนี่หว่า..!”มาถึงพระเจดีย์ไจ๊เข้า เป็นเจดีย์ประจำเมืองตันเลียน อาตมาส่งเงินให้ลูกแมวกับลูกเป็ด ๒,๐๐๐ จั๊ต จะได้เอาไว้ทำบุญ แล้วซื้อตั๋วขึ้นลิฟท์คนละ ๕ จั๊ต ลิฟท์มีแค่ชั้นสองเอง กราบไหว้ทำบุญแล้ว หามุมถ่ายรูปกันไว้เป็นที่ระลึก…พระเจดีย์ไจ๊เข้า เมืองจ็อกตาน และลิฟท์ขึ้นพระเจดีย์
ขึ้นก็ ๕ จั๊ต ลงก็ ๕ จั๊ต แถมออกจากเมืองยังเก็บคันรถละ ๒๕ จั๊ต ยังดีที่เห็นพระส่งให้ มันเลยไม่เอา รถขาเข้าย่างกุ้งติดเป็นแพ ดมควันท่อไอเสียจนเกือบเป็นลม จึงมาถึงร้านอาหารของลูกแมว…อาหารเพลพร้อมแล้ว ที่ออกจะคับแคบไปหน่อย ต้องแยกเป็น ๒ วง แม่ออกกงซุ่ยทำส้มตำถั่วฝักยาวมาให้ ไปอยู่ด่านเจดีย์สามองค์มา ชักติดแบบไทย อ้าว..ยายหนูลูกเป็ด ทำไมไปลอกหน้ามาเร็วนักล่ะ..?
ครอบครัวของลูกแมวเลี้ยงอาหารกลางวันที่ร้านของตัวเอง
พาลูกเขาหนีเรียนละซิ… ลูกเป็ดเห็นลูกแมวได้ไปต่อก็เอาอย่าง โดดเรียนตามบ้าง พอทุกคนเสร็จจากมื้อกลางวัน สองสาวก็เฉิดฉายมากับชุดสวยชุดใหม่ เล่นเปลี่ยนแต่ชุดไม่ได้อาบน้ำมา ก็เลยดูไปอย่างนั้นแหละ…
พระเจดีย์ซูเลใจกลางย่านการค้าของพม่า
ถึงพระเจดีย์ซูเล เขากำลังมีบวงสรวงใหญ่ ทั้งสี่ทิศจัดวางอาหารและผลไม้เต็มไปหมด ออกจากซูเลตรงไปพระเจดีย์โบตะเทา ถูกตำรวจเรียกข้อหาไม่ติดแถบสะท้อนแสง แล้วยึดไปทั้งใบขับขี่และป้ายวงกลม..!
ลูกแมวกับลูกเป็ดที่โต๊ะบวงสรวงหน้าพระเจดีย์ซูเล
โซยุนท์กับตันอูลงไปเจรจา แต่พระคุณท่านโยกโย้น่ารำคาญ คือมันจะเอาเงินน่ะ.. โซยุนท์ให้ไปเอาที่พระมันก็ไม่กล้า เอาใบขับขี่ไปให้นายร้อยที่นั่งเป็นประธานอยู่ ท่านประธานคงกลัวที่อาตมามองตาเป๋ง เลยคืนมาให้เฉย ๆ…เรื่องบุญกุศลกลายเป็นการนินทาตำรวจแทน กราบพระเกศาธาตุและทำบุญแล้ว ท่านนาวินนำไปเที่ยวสวนสัตว์ย่างกุ้ง ค่าผ่านประตูคนละ ๑๐ จั๊ต สภาพทั้งสัตว์และสวนสัตว์โทรมพอ ๆ กัน ทั้งแห้งแล้งทั้งหดหู่พิกล…
พาลูกแมวกับลูกเป็ดเที่ยวสวนสัตว์เมืองย่างกุ้ง
มีสัตว์เหมือนกับเมืองไทยทุกอย่าง ยกเว้นวัวป่าหน้าตาพิสดาร ที่มีเฉพาะป่าทางเหนือของพม่าที่เรียกว่า “ตะขิ่น” เท่านั้น ที่อาตมาไม่เคยเห็นมาก่อน จนสาวน้อยทั้งสองลากขาไม่ไหว จึงไปกราบพระมหาเจดีย์ชุยดากงอีกครั้ง…
สองสาวไปเลี้ยงช้าง เลยมีคนรุมดูกันใหญ่
เข้าพิพิธภัณฑ์ของวัด มีของเก่าทั้งเครื่องเงิน พระทองคำ เครื่อง หยก งาช้าง สารพัด ที่ประทับใจคือยอดฉัตรของพระมหาเจดีย์ ทำด้วยทองคำ ๒ ชั่ง ๖๔ บาท เขาถอดลงมาไว้ที่นี่ก่อน ซ่อมเสร็จจึงจะสวมคืนไป..
ตะขิ่น วัวพิสดารหน้าตาประหลาดของพม่า
ท่านป๊อป ท่านตู่ ทิดจิตร ไปดูงาช้างแกะสลักอีก เวลาชั่วโมงครึ่งเกือบไม่พอต่อราคา ปล่อยทั้งพระทั้งโยมนั่งรอจนตูดด้าน ก็หอบพระแกะสลักจากงา ยิ้มย่องผ่องใสมาถึง เออ…ฝีมือการต่อนับว่าเริ่มเข้าขั้น แต่ตาถั่วไปหน่อย ดันเอาของมีตำหนิมาได้..!
ส่งลูกแมวกับลูกเป็ดที่บ้าน เอจีขอให้ช่วยถ่ายรูปหมู่ของครอบครัวให้หน่อย อาตมาพอดีฟิล์มหมด เสียงกรอกลับดังแปลก ๆ พิกล พอเอาม้วนใหม่ใส่เข้าไปก็ใช่เลย ไอ้ตัวเล็กเดี้ยงไปซะแล้ว สงสัยเขี้ยวกรอฟิล์มจะหัก จึงยืมกล้องของครูบาน้อยมาถ่ายกันที่หน้าวัดไจ๊ไวพะยา ต่างคนต่างยืนโชว์หน้า หาคนถ่ายรูปไม่ได้ เดือดร้อนพระเจ้าถิ่นต้องมาเป็นตากล้องให้..!
ถ่ายรูปหมู่กับครอบครัวของลูกแมว – ลูกเป็ด ที่หน้าวัดไจ๊ไวพะยา
อำลาอาลัยกันเสร็จ พวกเรามาสรงน้ำ ทำวัตรเย็นกัน พอดีมีการบวชเณรไทยใหญ่สองรูป ญาติพี่น้องของเณรเปิดประตูศาลาทิ้งไว้ ยุงเข้ามากันหมดทั้งเมืองย่างกุ้งเลยกระมัง ? ถามเณรสิงห์ว่า “พูดไทยได้ไหม..?” เณรตอบภาษากรุงเทพฯ ชัดแจ๋วว่า “พูดไม่ได้ครับ..ผมพูดได้แต่ภาษาของผม..!” เณรคงคิดว่าภาษาไทยคือ “คำเมือง” แล้วอาตมาเก่งที่พูดภาษากรุงเทพฯ ของเขาได้กระมัง..!?
ให้เงินทิดจิตรไปซื้อส้ม ไอ้ตัวดีฟาดมาทีเดียว ๔ ชั่ง ๑,๒๐๐ จั๊ต ไอ้เวลล์…ให้ไปเผื่อขาด ดันซื้อมาหมดตลาดเลย..พวกเรารวบรวมเงินถวายช่วยค่าก่อสร้างท่านอาจารย์ปัญญาสามิ เป็นเงิน ๕,๐๐๐ จั๊ต กราบเรียนท่านว่าพรุ่งนี้จะออกเดินทางไปปีเมี้ยว (เมืองแปร) ตั้งแต่ตีห้า..!
ที่มาจากเว็บไซร์วัดท่าขนุน : เส้นทางพระโพธิสัตว์




















