<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>        <rss version="2.0"
             xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
             xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
             xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
             xmlns:admin="http://webns.net/mvcb/"
             xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#"
             xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/">
        <channel>
            <title>
									การฝึกฝนตนเองเป็นของยาก - เกร็ดธรรมะ				            </title>
            <link>https://www.thenirvanalive.com/community/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b0/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9d%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%9d%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%b2/</link>
            <description>กระดานสนทนา</description>
            <language>th</language>
            <lastBuildDate>Sun, 09 Aug 2026 04:42:37 +0000</lastBuildDate>
            <generator>wpForo</generator>
            <ttl>60</ttl>
							                    <item>
                        <title>การฝึกฝนตนเองเป็นของยาก</title>
                        <link>https://www.thenirvanalive.com/community/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b0/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9d%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%9d%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%b2/#post-92</link>
                        <pubDate>Sat, 02 Sep 2023 01:19:54 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[การฝึกฝนตนเองเป็นของยาก อาตมาเองก็เป็นลูกหลานสุนทรภู่เหมือนกัน สมัยก่อนถึงเวลามีอะไรก็คร่ำครวญเป็นโคลงเป็นกลอนระบายอารมณ์ ดีกว่าไปด่าชาวบ้านตั้งเยอะ..! เขียนกลอนท่อนหลังไว้ แล้วเกือบ ๒๐ ปีต่...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<div id="post_message_383690" style="text-align: justify"><span style="color: blue"><span style="font-size: x-large"><br /><strong><span style="color: sienna">การฝึกฝนตนเองเป็นของยาก</span></strong><span> </span>อาตมาเองก็เป็นลูกหลานสุนทรภู่เหมือนกัน สมัยก่อนถึงเวลามีอะไรก็คร่ำครวญเป็นโคลงเป็นกลอนระบายอารมณ์ ดีกว่าไปด่าชาวบ้านตั้งเยอะ..! เขียนกลอนท่อนหลังไว้ แล้วเกือบ ๒๐ ปีต่อมา ค่อยไปเขียนท่อนแรก..ตลกไหม ? เขียนท่อนหลังไว้ว่า<br /><br /></span></span>
<div align="center"><strong><span style="color: green">ของสิ่งใดการได้มาถ้าลำบาก..........ต้องทุกข์ยากมักมีค่ามหาศาล<br />ดุจเหล็กกล้าผ่านการทุบชุบเป็นนาน.....จึงตระการเป็นอาวุธสุดแหลมคม</span></strong></div>
<span style="color: blue"><span style="font-size: x-large"><br />ปลอบใจตัวเองว่าสู้ ๆ แล้วหลังจากนั้นเกือบ ๒๐ ปีให้หลัง ก็นึกได้ว่ายังไม่พอ ก็เลยเขียนท่อนแรกเพิ่มเข้าไป<br /><br /></span></span>
<div align="center">อุปสรรคมากมีที่ขัดขวาง...........ต้องถากถางบุกบั่นไม่หวั่นไหว<br />ถึงทุกข์ยากลำบากสักเพียงใด..........ย่อมฝ่าฟันพ้นไปได้สักวัน<br /><br />ของสิ่งใดการได้มาถ้าลำบาก.................ต้องทุกข์ยากมักมีค่ามหาศาล<br />ดุจเหล็กกล้าผ่านการทุบชุบเป็นนาน............จึงประการเป็นอาวุธสุดแหลมคม</div>
<span style="color: blue"><span style="font-size: x-large"><br />สรุปง่าย ๆ ว่า<strong><span style="color: red">ไม่มีอะไรหรอกที่ทำแล้วจะได้เดี๋ยวนั้น พวกเราส่วนใหญ่ฝันให้ไกลแต่ไปไม่ถึง เพราะว่าขาดความเพียร ขาดความอดทน</span></strong><br /><br />โดยเฉพาะเด็กรุ่นหลัง หลายคนเห็นว่าหลวงพ่อเล็กโคตรขยันเลย ขอยืนยันว่าขยันที่โยมเห็นนี่ อาตมาโดนพ่อแม่ตีตูดลายมาเยอะต่อเยอะแล้วว่าขี้เกียจ..! แล้วไอ้เด็กขี้เกียจสุด ๆ ของยุคนั้นนั่นแหละ คือคนที่ในยุคนี้เขาบอกกันว่าโคตรขยันเลย..! เราจะเห็นว่าแต่ละยุค สมรรถนะของคนลดลงไปเรื่อย สมรรถนะคือความสามารถ ความสามารถจะลดลงไปเรื่อย ๆ<br /><br />เพราะฉะนั้น..ถ้าหากว่าอยากเก่งก็ต้องขยัน โบราณเขาบอก<span> </span><strong>"อยากสูงให้เขย่ง อยากเก่งต้องขยัน"<span> </span></strong>อย่างพวกเราก็ขยันได้สามวัน บางคนก็วันเดียวแค่นั้นแหละ วันที่สองก็ไม่เอาแล้ว อยู่ใกล้หลวงพ่อขยันขึ้นมาหน่อย แต่พอหันหลังจากวัดไป สามชั่วโมงลืมหมดแล้ว..! กลับไปกิน ไปเที่ยวต่อ<span> </span><strong>กลายเป็นลูกกิเลสตามเดิม ไม่ยอมเป็นลูกพระสักที..!</strong></span></span></div>
<div> </div>
<div>อาตมาก็อยากทำอย่างโยมทั้งหลาย แต่ทำไม่ได้ เพราะว่าโดนบังคับมา ตอนที่ตะเกียกตะกายจะลงมาเกิด วิ่งไปหาปู่ ย่า ตา ทวดให้ช่วยรับรองให้หน่อย คือถ้าไม่มีผู้ค้ำประกันเขาไม่ให้ลงมาเกิดนะ พวกชิงหมาเกิดนี่ต้องมีผู้ค้ำประกัน เพราะว่าเป็นคิวของหมาไม่ใช่คิวของเรา เราต้องชิงหมาเกิดให้ได้..!</div>
<div> </div>
<div>โบราณบอกว่า "อยากเป็นหนี้ให้เป็นนายหน้า อยากเป็นขี้ข้าให้เป็นนายประกัน" ปู่ ย่า ตา ทวด ก็กลัวว่าจะต้องไปเป็นขี้ข้า เพราะว่าช่วยเป็นนายประกันของเรา ท่านไม่อยากจะประกันให้ ก็ต้องไปอ้อนวอน ทำสัญญาก็คือ "ลงไปเกิดแล้วต้องกลับไปให้ดีกว่าเดิมนะ" โห..ยาก พอ ๆ กับถ้าหากว่าเป็นธนินท์ เจียรวนนท์ ไปเกิดใหม่ต้องรวยกว่านั้นนะ..!</div>
<div> </div>
<div>เขาบอกว่า "อันว่าชายหมายมาดว่าชาติเชื้อ ถึงปะเสือก็จะสู้ดูสักหน" ลองดูสักตั้ง ก็เลยไม่มีเวลาทำชั่ว ถ้าขืนเอาเวลาไปทำชั่วนี่ตายแน่ กลับไปไม่ได้ดีเท่าเดิม โดนเหยียบจมธรณีเด็ดขาดเลย..! ใครที่ชิงหมาเกิดแบบอาตมภาพนี่เข็ดทุกราย เพราะโดนบังคับว่ากลับไปต้องดีกว่าเดิม</div>
<div> </div>
<div>เพราะฉะนั้น..ก็ไม่มีเวลาไปทำความชั่ว พยายามทำอย่างไรก็ไม่สำเร็จ ตอนเป็นวัยรุ่นอยากลองดูดบุหรี่บ้าง เห็นรุ่นพี่ ๆ เขาเท่เหลือเกิน สมัยนั้นเขามีไฟแช็คยี่ห้อ Zippo จะมี Zippo เงิน Zippo ทอง ราคาแพงหรือไม่แพงให้ดูที่ก้นไฟแช็ค จะมีขีดอยู่ ยิ่งขีดมากยิ่งแพง อาตมภาพแอบขโมยบุหรี่พ่อไปลองสูบหนึ่งตัว อุตส่าห์มุดแอบไปสูบในพุ่มไม้เพราะว่ากลัวพ่อเห็น สูบไปได้ครึ่งตัวเท่านั้นแหละ ขมไปทั้งปาก น้ำลายยืดเลย..เมาบุหรี่..!</div>
<div> </div>
<div>สมัยนั้นบุหรี่มีอยู่แค่ ๒ ยี่ห้อ ก็คือเกล็ดทองกับรวงข้าว ส่วนอย่างอื่นมาทีหลัง ต่อมามียี่ห้อพระจันทร์ สามิต กรุงทอง สายฝน สายฝนนี่คนบอกว่าเป็นบุหรี่ผู้หญิงชัด ๆ เพราะว่ารสชาติจืดชืดไม่เอาอ่าว ขนาดบุหรี่ผู้หญิงอาตมายังสู้ไม่ได้เลย เมาน้ำลายยืด เข็ด..ไม่แตะบุหรี่อีกเลย</div>
<div> </div>
<div>เพื่อนเขาบอกว่า "ลูกผู้ชายต้องกินเหล้าสิวะ..!" ก็ลองดู สรุปก็คือแค่ได้กลิ่นก็หงายหลังตึงแล้ว เพราะว่าสมัยนั้นเป็นเหล้า ๔๐ ดีกรี ๔๕ ดีกรี ถ้าหากว่าต้มเองก็ ๖๐ - ๗๐ ดีกรี ประเภทจุดไฟลุกพรึ่บ..กินเข้าไปได้อย่างไรกันวะ ? แอลกอฮอล์เติมตะเกียงชัด ๆ..!</div>
<div> </div>
<div>__________________<span style="color: blue"><span style="font-size: x-large">เพื่อนยุต่อ<span> </span><strong>"กินเบียร์ก็ได้ ไม่แรงหรอก"</strong><span> </span>ลองบ้าตามเพื่อนดู เพื่อนเทมาให้หนึ่งแก้ว เขาบอกว่า<span> </span><strong>"ต้องเทแบบนี้ เอียงแก้วรับ ถ้าเทไม่เป็น ได้ฟองครึ่งค่อนแก้ว กินเข้าไปท้องอืดตายห่..เลยมึง..!"</strong><span> </span>เทมาให้แก้วเบ้อเร่อ ยกขึ้นไม่ทันจะกิน ดมเท่านั้นแหละ..วางเลย..!<br /><br />เพราะว่าสมัยนั้นต้องถักแหถักอวนเอาไว้ใช้งาน ถ้าอยากจะให้ใช้งานได้นาน ๆ ก็ต้องเอาเปลือกไม้มาต้มแล้วก็ย้อม ด้ายจะได้ทน โดนน้ำแล้วไม่เปื่อย เปลือกไม้ต้มย้อมแหย้อมอวน ทิ้งคาเอาไว้ ๒ - ๓ วันก็บูดฟองฟอด กลิ่นเบียร์กับกลิ่นไม้บูดเหมือนกันเปี๊ยบเลย<span> </span><strong>"มึงกินของเน่า ๆ แบบนี้เข้าไปได้อย่างไรวะ..?!"</strong><br /><br />อยากจะทำอะไร ทำไม่ได้สักอย่าง..สมน้ำหน้า..! ไม่ได้เจตนาจะบริสุทธิ์ผุดผ่องหรอกนะ แต่ว่าทำไม่ได้..!<br /><br />ตอนเป็นทหารไปอยู่ชายแดน ปกติแล้วเขาก็ไปอยู่กันปีเดียว ปรากฏว่าอาตมภาพโดนไปปีกว่า เพราะว่าขึ้นไปหลังเหตุการณ์ที่<strong>โนนหมากมุ่น</strong>ใหม่ ๆ เลย เขมรแดงของ<strong>เฮง สัมริน</strong>ที่มีทหารญวนสนับสนุนยุยง บุกเข้ามาตีไทยที่โนนหมากมุ่น ปะทะกันตายไป ๓๐๐ กว่าศพ..! อาตมภาพต้องขึ้นไปรับพื้นที่ต่อจาก<strong>กรมทหารราบที่ ๑๑</strong><span> </span>ที่เขาเรียกว่า<span> </span><strong>"ร.๑๑ รอ."<span> </span></strong>ร. มาจากทหารราบระดับกรม ถ้าหากว่า ม. ก็กรมทหารม้า รอ. ก็ รักษาพระองค์<br /><br />คราวนี้ก็เลยรบติดพัน ย้ายกำลังไม่ได้ เพราะว่าถ้าย้ายแล้วเขารุกเข้ามาพอดีก็บรรลัย กว่าจะเอาเขาออกได้ก็ไม่รู้อีกนานเท่าไร..? ติดอยู่หน้าชายแดนปีกว่า ทหารก็หนุ่มกับหนุ่มด้วยกันทั้งหมดนั่นแหละ อยู่ด้วยกันก็กลัดมัน อกจะระเบิด..! ถึงเวลาก็ขออนุญาตเจ้านายไปเที่ยวซ่อง..!<br /><br />สมัยนั้นหยาบคายสิ้นดี ไม่มีผับ ไม่มีบาร์ ไม่มีเลานจ์ มีแต่ซ่อง เป็นที่รู้ ๆ กันว่าเขาเอาไว้ทำอะไร คราวนี้จะไปตามเวลาก็ไม่ได้ เพราะว่าทหารไปทีไปกันเป็นกองร้อย..! ถ้าไปตามเวลา ชาวบ้านก็ได้แตกตื่นกันหมด ไม่ต้องทำมาหากินกันแล้ว จึงต้องไปนอกเวลา<br /><br />ออกจากกองร้อยไปประมาณบ่ายโมง เพื่อนก็ลากแขนขึ้นรถ<span> </span><strong>"เฮ้ย..ไปด้วย<span> </span></strong></span></span><span style="color: blue"><span style="font-size: x-large"><strong>กลัดมันแบบนี้</strong></span></span><span style="color: blue"><span style="font-size: x-large"><strong>เดี๋ยวอกแตกตายหรอกมึง..!"<span> </span></strong>ด้วยความอยากรู้อยากเห็นก็ไปกับเขาหน่อย ปรากฏว่าผู้หญิงทั้งหลายเหล่านั้น เวลาทำกินของเขาก็คือกลางคืน ตอนกลางวันแม่เจ้าประคุณก็ต้องนอน เหมือนพวกนกฮูก กว่าจะตื่นก็ราว ๆ ๕ - ๖ โมงเย็น อาบน้ำอาบท่า แต่งเนื้อแต่งตัว จนสวยเช้งวับ แล้วไปนั่งตู้ เข้าแสงไฟก็สวยเชียว</span></span></div>
<div> </div>
<div><strong>พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.<br />ปกิณกธรรมสัปดาห์วันแม่<br />ช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ ๑๓ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖<br />(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย ทะเล)</strong></div>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.thenirvanalive.com/community/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b0/">เกร็ดธรรมะ</category>                        <dc:creator>ไม่ระบุชื่อ 2</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.thenirvanalive.com/community/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b0/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9d%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%9d%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%b2/#post-92</guid>
                    </item>
							        </channel>
        </rss>
		