เรื่องของมะเร็ง ถ้าหากว่าพูดกันตามแบบของเรา ไม่ใช่แบบของหมอ ก็คือ "มะเร็งนั้นมีตัว" ก็แปลว่าก้อนมะเร็งนั้นเป็นรัง เหมือนกับรังมดหรือว่ารังผึ้ง ถึงเวลาเราไปทำลายรังมดหรือว่ารังผึ้ง มดหรือผึ้งนั้นก็จะแตกฮือออกไป ก็แปลว่าถ้าไม่ได้ทำด้วยความระมัดระวัง จนสามารถกำจัดเชื้อได้หมดจริง ๆ โอกาสตายมีสูงมาก..! เพราะว่าเมื่อเชื้อแตกฮือออกไปทั่วตัว ก็กลายเป็นว่ามีการแพร่ระบาดหนักยิ่งขึ้น
เรื่องพวกนี้พูดไปแล้วหมอสมัยใหม่มักจะไม่เชื่อ เนื่องเพราะว่าหมอสมัยใหม่ไม่มีความเข้าใจ แม้กระทั่งเรื่องปกติ อย่างเช่นธาตุภายในร่างกายของเรา การเจ็บไข้ได้ป่วยคือธาตุใดธาตุหนึ่งบกพร่อง หมอสมัยใหม่ไม่ได้ศึกษาเรื่องพวกนี้มา ก็จ่ายยาให้มาตามอาการ
ดังนั้น..หลายเรื่องที่ทางโบราณรักษาได้ แต่ว่าช้าหน่อย เพราะว่าส่วนใหญ่แล้วยาสมุนไพรให้ผลในการออกฤทธิ์ทีละน้อย เพื่อที่จะรักษาสภาพร่างกายของผู้ป่วยเอาไว้ ไม่ให้กลายเป็นจ่ายยาแรง อยู่ในลักษณะของ "ช้างสารชนกันแล้วหญ้าแพรกแหลกกระจาย" ก็ต้องค่อย ๆ กินยา เพิ่มฤทธิ์ยาขึ้นทีละเล็กทีละน้อย จนฤทธิ์ยามากกว่าก็รักษาโรคนั้นหาย แต่ว่าคนยุคนี้ใจร้อน ใจเร็ว จึงรับเอายาฝรั่ง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะมีสารเคมีตกค้าง ก่อให้เกิดโรคภัยหรือว่าผลข้างเคียงได้ง่าย
ในเรื่องของโรคภัยพวกนี้คงไม่ต้องพูดถึง เนื่องเพราะว่าถ้าว่ากันตามตำราแพทย์จีน จะบอกว่า โรคภัยเข้าทางปาก ก็คือส่วนใหญ่เกิดจากเรากินดื่มเข้าไป ในเมื่อขาดความรู้ ขาดความเข้าใจ รักษาสุขภาพไม่เป็น กลายเป็นกินล้น กินเกิน แต่ขาดสารอาหาร..! โรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ก็ถามหาได้ง่าย โดยเฉพาะปัจจุบันนี้ พวกโรคต่าง ๆ ที่ไม่มีการติดเชื้อ อย่างเช่นว่า โรคอ้วน ความดัน ไขมัน เหล่านี้เป็นต้น
วัดท่าขนุนของเรามีพระไปอบรมพระคิลานุปัฏฐากหลายรูปด้วยกัน มีอะไรพอที่จะถวายคำแนะนำ หรือว่าช่วยดูแลเพื่อนพระภิกษุของเราก็ช่วย ๆ กันหน่อย โดยเฉพาะพระชราอายุมากที่มีอยู่หลายราย
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันอังคารที่ ๔ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
ที่มา
https://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=9585





















